19.10.51

ผมรักมือที่มองไม่เห็น

อะไรที่เห็นชัดเจนมันย่อมดูว่าตัดสินได้
แต่เชื่อไหมว่าคนไทย ... อย่างผม ที่ชอบเื่รื่องราวที่มองไม่เห็นอย่างมาก ไม่รู้ว่าจริงไม่จริง ชัวร์ไม่ชัวร์
แต่ลึกลับ น่าค้นหา น่าศึกษา และน่ามุดไปดูมาก

สถาบันกษัตริย์คือหนึ่งในนั้น
ผมไม่ใช่คนที่เทิดทูนสถาบันเป็นชีวิตและจิตใจ บ่อยครั้งจึงจะเกิดอาการตั้งคำถามบ่อยครั้งว่าคนไทยเป็นอะไรมากเกินไป ใช้ใจนำหัว หรือใช้ความชินตัวนำความคิด
แต่ขณะนี้กับสถานการณ์บ้านเมืองนี้ ผมพึ่งรู้สึกว่า สถาบันกษัตริย์ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว เนื่องจากการแสดงท่าที "เลือกฝั่ง" (ที่คนหลายคนบอกให้เลือกระหว่างความดีกับความชั่ว ซึ่งกูจะรู้ได้ยังไงวะ ต่างคนมึงก็บอกว่าตัวเองดี)

ส่วนหนึ่งผมรู้สึกดี ที่ได้รับความรู้สึกว่าท้ายสุด เราก็คนเหมือนกัน
แต่อีกส่วนก็รู้สึแย่ ที่ความเชื่อลึกๆ ถูกสั่นคลอน และอะไรๆกำลังจะเปลี่ยนไป

เพราะผมเริ่มเห็นมือนั้นกับตาแล้ว

แม้ว่าเราไม่ควรเชื่ออะไรที่ตาเห็น หรือเหมือนสัมผัสได้จริงก็ตาม แต่มันก็ปวดใจไม่น้อย
เหมือนการค้นพบอีกทวีปของโลก ค้นพบอีกจุดบอดหนึ่งที่จะไม่ลึกลับอีกต่อไป...
เป็นการคิดแบบหยาบ เปรียบชีวิตเหมือนดังแผนที่สองมิติ

ไม่ว่าจะภาพราชินีในงานศพ
คำของคุณสนธิที่บอกว่าสื่อบิดเบือนการให้สัมภาษณ์ของพระเทพ

สถาบันกษัตริย์กำลังจะถึงเวลาบูรณาการอีกครั้ง
จะเป็นในรูปแบบใดผมยังสงสัยและหวั่นใจอยู่เนืองๆ

หวั่นใจในความแปรผันของประเทศเรา
และความเชื่อที่ว่าสถาบันต้องเป็นกลางทางด้านการเมือง

ก็แหม คนเราต้องเลือกข้างกันทุกคนใช่ไหม

ใช่ไหม

ไม่มีความคิดเห็น: