29.11.51

จงเตือนตัวเองเอาไว้

อย่าได้เจ็บป่วยไข้เลย

ไม่คุ้มค่ากับการหลงลืมทั้งสิ้น

มีสติอยู่เสมอ

เหมือนที่ประเทศกำลังป่วยอยู่

18.11.51

สวัสดีเขาชนไก่

ลาก่อนเมืองไทย

เหนื่อยสัดกะหมา

จึงไปมาเล

15.11.51

วันพิเศษสำหรับประเทศใด

ตั้งชื่อหัวข้อได้ตรงเสียนี่กระไร เพื่อต้อนรับการจากไปของเทศกาลลอยกระทง
ขอเล่าถึงวันนี้ก่อน ช่างเป็นวันที่ไม่ใช่วันลอยกระทง แต่ไปภูเขาทอง เพราะไม่เคยไปเลยทั้งชีวิตนี้ 22 ปี
ลงจากแท็กซี่ปุ๊บ ก็พบกับเด็กเกรียนตีกันด้วยไม้หน้าสามทันที
หรือนี่คือประเพณี เลือดอาบกันไม่มีตุ๊กตุ๊กรับ คนก็มุงดู เออดี แต่เสียวกระสุน เลยรีบจ้ำๆ

ว้าวภูเขาทองว้าวว้าว คิวว้าวว้าว คิวลงว่าวแทบขาด


ไฮไลท์อีกหนึ่งอย่างนั่นก็คือ ของแปลกในงานวัด ตอนแรกกะผ่านไป เพราะเหมือนเคยๆ แต่พอคิดมาตรูไม่เคยเข้าเลยซักครั้งนี่หว่า
พอเข้าไปก็เอ๊ะ...เฮ็ย แม่งเหลือแต่คอไงวะ ตอนนี้ก็ยังฟันธงไม่ได้ แต่น่าจะเกี่ยวกับกระจก
(งงถ่ายรูปได้ซะงั้น ไม่เป็นความลับแล้วนะคร้าบ)
บรรยากาศข้างนอกแสนชิว เขาดูมีความสุขดีกัน

ส่วนตอนนั่งรถเมล์กลับบ้าน ตำรวจนี่พายุ่งเนอะ
ต้นเหตุทั้งหมดมาจากแท็กซี่และตุ๊กตุ๊กรอรับคนจนรถติด จึงต้องมีตำรวจมายุ่มย่าม แต่ไปไปมามา ตำรวจกลับเป็นตัวทำให้เรื่องหลายอย่างยุ่งขึ้นไปอีก

มาเข้าเรื่องกันดีกว่า
หลังจากได้เห็นลอยกระทงไปแล้ว
และสีขาวคริสต์มาสกำลังจะเข้ามา
ผมจะเกิดข้อสงสัยเหลือเกินว่า ประเทศไทยจะเก็บรักษา วันพิเศษที่ดูดีทันสมัยไว้ได้ต่อไปหรือไม่
ตอนนี้เท่าที่เห็นมีเพียงสงกรานต์และลอยกระทง (ซึ่งลอยกระทงก็เตรียมจะนับไม่ได้แล้ว)

"ทำไมคนไทยถึงอินกับคริสต์มาส"
ศาสนาหรือก็ไม่ใช่ หิมะหรือเราก็ไม่มี

เปรียบเทียบกับ Halloween นะครับ ทีเ่ป็นการซึมซับวัฒนธรรมตะวันตกที่ล้มเหลวแล้วหนึ่งอย่าง
แต่คริสต์มาสเนี่ย น่าแปลกใจมากที่ทำไม มันถูกจริตคนไทย
เพื่อนผมคนหนึ่งถึงขั้นโทรถามว่ามีหนังอะไรดูเข้าบรรยากาศคริสต์มาสบ้าง เพราะลมหนาวปีนี้พัดมาได้โดนใจเหลือเกิน

คิดแล้วคิดอีก ก็แถได้ว่า
มาจาก รสนิยมและสุนทรีย์ที่เติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย
ด้วยความขาว(คนไทยชอบขาวๆ)และเนียน(คนไทยชอบเนียนๆ)และหนาว(เมืองไทยไม่หนาวนะ)
และน่าจะด้วยศาสนาคริสต์ โรงเรียนคริสต์ ค่านิยมคริสต์อีก
เมื่อเห็นประเพณีที่ล้มเหลวและสำเร็จที่ซึมเข้ามา จึงเกิดข้อสงสัยอีกว่า
ทำไมประเทศเรารักษาวันพิเศษของตัวเองไว้ไม่ค่อยได้
หรือเพราะแบรนดิ้งไม่ดี
อย่างญี่ปุ่นเทศกาลของเขามีเยอะมากที่ยังคงอยู่ เรายังเห็นจำได้แต่ละวันมีเอกลักษณ์มากมาย
ของเราไม่มีเหรอ...

วันเด็ก... รถถังหน้าทำเนียบ
วันครู... อันนี้ไม่รู้จัก
วันจักรี... ภาพร.1ผุด
วิสาขบูชา..เวียนเทียนสามรอบ

อย่าดูถูกพลังของวันพิเศษนะครับ วันพิเศษเนี่ยแหละที่แก้ความเครียดของคนเมืองอย่างมาก ยิ่งในประเทศฤดูสีสันน้อยอย่างบ้านเรา การมีอะไรไม่ซ้ำซากจำเจมาให้เตะตาเตะใจตลอดเป็นเรื่องที่ผ่อนคลายเสมอ ผมนี่ยังคิดว่าบ้านเรามีวันพิเศษน้อยไปหน่อย

14.11.51

วิวัฒนาการขวัญ

เนื่องจากความพีคไม่ได้มีในคนทุกคน

เพื่อนขวัญจึงต้องถูกจารึกประวัติศาสตร์ไว้ก่อน ว่าเคยมีอะไรบ้าง

ไล่ตามลำดับเหตุการณ์เลยนะ

-จำได้ว่านั่งรถไฟฟ้า ความแนวที่มันสอนผมคือ การนั่งตรงที่ไม่ใช่ที่นั่ง นั่งตรง...ซอกมุมหลืบรถไฟฟ้า และนั่งขัดสมาธิ
แนวจัด

-อยากมีหนวด อันนี้ต้องถามรายละเอียดแดน เรื่องการพากันไปซื้อยาปลูกหนวด ปลูกจอนที่เจเจ

-กล้องทอย

-Bicycle Man

-Goggle Rich

-Jazz

-Amway

11.11.51

ทางเลือกของความเชื่อ

ความเชื่อที่หนึ่ง

ระบบต้องถูกแบ่งแยกอย่างชัดเจน
หน้าที่ของแต่ละคนไม่มีการก้าวก่าย
จึงไม่มีการปะทะกัน

ความเชื่อที่สอง

ระบบต้องมีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลา
สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ที่ไม่ย่ำอยู่ที่เดิม และลอกเลียนแบบหน้าด้านๆ
หรือว่าคุณเกิดมาเหมือนใคร

แล้วความเชื่อที่ไปด้วยกัน กับแยกออกล่ะ

8.11.51

ข้อสังเกตจากงานแฟต

-การาจเป็นเทรนด์การแต่งตัวที่ฮิตอยู่ เค้าเรียกงี้ป่าววะ

-การเต้นแบบสกา ก็เป็นการเต้นที่ฮิตอยู่ในปัจจุบัน สังเกตจากน้องเกรียนและน้องหมวก และลีลาอันพลิ้วไหว

-คนฟังเพลงส่วนใหญ่ ฟังที่ความชิว ความดัง และความตามๆกันไป

-ความสดใหม่คือหัวใจ
แต่ตอนนี้แฟตเป็นผู้ใหญ่ที่เตรียมเข้าหาความมั่นคงจนเกินควร

-สิ่งใหม่ในงานนี้คือ Maywa Denki... เพียงอย่างเดียวรือ โอ้

-ข้างหลังเวทีคือสวรรค์อาหารน้ำไม่จำกัด

-การพักผ่อนให้เพียงพอจำเป็นต่อการแสดงสดอย่างมาก

-คนมักเห็นผลงาน แต่ไม่เห็นการทำงานหนักมาก่อน
รู้สึกมากๆตอนดูแต่ะละแผ่นของ วิสุทธ์ พรนิมิตร

4.11.51

ประเภทของนักร้อง

Presenter
-หน้าตาดี รูปร่างดี มีเสน่ห์ยิ่งดี
-ความสามารถไม่จำเป็น

ex.Kamikaze , Thai BB GG

Performer
-ไม่คิดเพลงขึ้นมาเอง
-มีความสามารถพิเศษในการถ่ายทอด
-หากจะมีบารมีต้องได้เบื้องหลังชั้นดี

ex.Al Jarreau, เบิร์ด ธงไชย

Singer
-แต่งเพลงที่ตัวเองต้องแสดงเอง
-ถ่ายทอดได้ด้วย
-มีภาพลักษณ์ที่ยิ่งเข้ากับการตลาดยิ่งไปไกล

ex.Alicia, Stevie Wonder, Almost any bands

ประเภทของนักร้อง

หนึ่งวันสองระดับโลก



วันนี้เป็นวันว่างที่เป็นตัวอย่าง วันว่างที่ไขว่คว้าหาอะไรทำ
จากที่ไม่มีอะไรทำ ก็ได้มาดูคนระดับโลกสองคน

เริ่มกิจกรรมแรก ไปฟังบรรยายฟรีที่ม.รังสิต

Jim Brickman!
เนื้อหาไม่มีอะไร แค่ไปเติมไฟของนักประพันธ์ เค้าดูเอาความง่ายมาขาย มีแกนๆไว้ เป็นคนธรรมดาที่หาจุดขายได้
เสียดายลืมเอาซีดีไป

ดูรูปสิ ถ่ายออกมาชัดเชีย

กิจกรรมที่สอง
ความเป็นมาค่อนข้างจะยาวหน่อยคือ ไอ้เราตามดูเว็บคาร์เนกี้ฮอล์เป็นครั้งคราวหากิจกรรม ก็เจอคนนี้แต่ก็ไม่ไ้ด้อะไร
จนดรีมบ๊อกซ์ส่งเมล์มาว่ามาเมืองไทย ก็แทบกรี๊ด แล้วอยากดูจัด
แต่บัตรแม่งบ้าเกิน 1000 2500 3500 5000
เลยส่งเมล์ไปขอช่วยงานแล้วดูฟรีนะคร้าบ
เจือกได้เว้ย เย้ๆๆ ไปช่วยพี่เค้าขายตั๋ว ก็วุ่นวายฟังสำเนียงคุณแขกไม่ออก แล้วก็ระบบแขกแปลกๆเป็นกันเอง แต่เอาแต่ใจ...?
เบื่อองค์กรที่ไม่มีระบบชัวร์ตีนๆ แต่ว่าก็รู้สึกมันก็เป็นฟีลจิตใจๆดี นิดนึง

ยังได้บอกชื่อเทพเลย
Zakir Hussain!!!
ถ้าใครยังไม่รู้จัก รีบไปหาในยูทูบดูด่วน ระดับโลกของจริง สกิลเยอะจัด
คิดดู ดูสองชั่วโมงกับพวก percussion แต่ดูได้ตลอด และมีเฮด้วย เพราะไวมาก มือจังหวะไวเท่าที่จะจินตนาการ
อีกทั้งตีกลองเป็นโน๊ตได้อีก
(ไม่ได้ถ่ายรูปมา เพราะใจไม่กล้าพอ แม่งด่าคนถ่ายตลอด แขกหน้าด้านเยอะ)


จุดเหมือนกันระหว่างสองคนนี้
-มาเล่นที่ M Theatre เหมือนกัน ห่างกันไม่ถึง 24 ชมด้วย!
-คิดไม่ออกแล้ว

2.11.51

ยังอีกไกลพรีเมียร์ชิพ

เหมือนจะเก่ง เหมือนจะหวังได้กับการคัมแบ๊ค
แต่เทียบฟอร์มกับ 5-0 4-3 มันไม่ได้ ความชัวร์มันไม่ได้เลยซักนิด

นำแต่นาทีแรกๆ แล้วโดนแซง
จะไปชนะใครเค้าได้
เ็ซ็งขั้นหนัก

คงอีกสิบปีแหละ

1.11.51

เหนื่อยถอดถอน

ความหวังสร้างพลังได้ทั้งในการพุ่งทะยาน
แต่ความคาดหวังก็ทำให้เราผล๊อยวูบได้เหมือนกัน

ที่คาดหวังไว้หลายอย่างพอพังทลาย
มันเลยเซ็งกะจิตกะใจเสียกระไรนี่

ทั้งๆที่ความหวังก็รู้อยู่ว่าน้อย แต่มีความคาดหวังเจือปนไว้แสงใหญ่ๆ
หรือความคาดหวังมันไม่ใช่แสงกันแน่

อีกสองเรื่องที่ตกไปในชีวิต